พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ นำพสกนิกรไทยร้อยดวงใจร่วมทำบุญตักบาตร เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2569

๑ ทศวรรษแห่งความคิดถึงที่ไม่มีวันเลือนหาย... พิพิธภัณฑ์เกษตรฯ นำพสกนิกรไทยร้อยดวงใจร่วมทำบุญตักบาตรเนื่องในวันนวมินทรมหาราช วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ ในหลวง รัชกาลที่ 9 พร้อมเดินหน้าสืบสาน "ศาสตร์พระราชา" และพระราชปณิธานด้านการเกษตรให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยสืบไป
 วันนี้ (13 ตุลาคม 2569 ) ตั้งแต่เวลา 07.00 น.พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และเครือข่ายพิพิธภัณฑ์เกษตรฯ ร่วมประกอบพิธีถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 
จากนั้น 08.00 น. ได้ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้ง แด่พระสงฆ์ จำนวน 39 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลในวาระครบ 10 ปี วันที่ 13 ตุลาคม เนื่องในวันนวมินทรมหาราช วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ บริเวณพื้นที่ทางเข้า (โครงการอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร) พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ ปทุมธานี จากนั้นเวลา 14.00 น.ได้ร่วมกิจกรรมน้อมรำลึกถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 และพระพันปีหลวงโดยมีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก  
นอกจากกิจกรรมเนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2569 แล้ว พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ในฐานะศูนย์เรียนรู้ศาสตร์พระราชาด้านการเกษตรและหน่วยงานที่มีบทบาทในการ เผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพ นำเสนอและสืบสานพระราชปณิธาน องค์ความรู้ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และ "ศาสตร์พระราชา" ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ด้านการเกษตร ยังได้จัดงาน “มหกรรมในความทรงจำ”ขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 ตุลาคม 2569 เพื่อให้ประชาชนน้อมรำลึก ๑ ทศวรรษแห่งการเสด็จสวรรคตของในหลวง รัชกาลที่ 9 และน้อมรำลึกถึงพระพันปีหลวง โดยผ่านนิทรรศการและกิจกรรมการเรียนรู้มากมาย 
พันจ่าเอก ประเสริฐ มาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กล่าวถึงความสำคัญของวันนวมินทรมหาราชว่า “๑๓ ตุลาคม เป็นวันที่ปวงชนชาวไทยร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อความผาสุกของประชาชนตลอดพระชนมชีพโดยเฉพาะพระราชกรณียกิจด้านการเกษตรที่ทรงให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง ตั้งแต่การจัดการน้ำ การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ไปจนถึงการสร้างอาชีพและการพึ่งพาตนเอง ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทย สำหรับพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ การเผยแพร่พระเกียรติคุณและพระอัจฉริยภาพด้านการเกษตร ตลอดจนการสืบสาน รักษา และต่อยอดองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึง เรียนรู้ และนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ในวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี พิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติฯ ยังจัดกิจกรรมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ โดยในช่วงเช้ามีพิธีทำบุญตักบาตรเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล จัดกิจกรรมน้อมรำลึก เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ และย้อนรำลึกถึงพระราชกรณียกิจผ่านเรื่องราวแห่งความทรงจำ กิจกรรมเหล่านี้จึงมิใช่เพียงการประกอบพิธีในวันสำคัญ แต่ยังเป็นโอกาสให้ผู้คนได้กลับมาทบทวนถึงคุณค่าของสิ่งที่พระองค์ทรงมอบไว้แก่แผ่นดิน และร่วมกันส่งต่อเรื่องราวเหล่านั้นไปสู่คนรุ่นหลังต่อไป
             
สำหรับ พิพิธภัณฑ์การเกษตรฯ เป็นพื้นที่แห่งความทรงจำ ที่ยังมีชีวิต ยังคงทำหน้าที่เก็บรักษาเรื่องราวอันทรงคุณค่าเหล่านี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อให้ผู้คนได้ย้อนกลับไปมองอดีต แต่เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้ว่า พระราชปณิธานของพระองค์สามารถนำมาสร้างอนาคตที่ดีขึ้นได้อย่างไร ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงพระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพด้านการเกษตร และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เข้ากับชีวิตของผู้คนในยุคปัจจุบัน ผ่านนิทรรศการและกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ผู้มาเยือนทั้งเด็ก เยาวชน ครอบครัว ประชาชนทั่วไป และเกษตรกร สามารถเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ได้สัมผัสองค์ความรู้ที่นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ เพราะการสืบสานพระราชปณิธาน ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากสิ่งที่ยิ่งใหญ่เสมอไป บางครั้งอาจเริ่มจากการปลูกผักไว้รับประทานในครอบครัว การรู้จักใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การดูแลดินและน้ำ หรือการดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณและมีเหตุผล เรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้ เมื่อเกิดขึ้นในชีวิตของผู้คนมากมาย ก็สามารถกลายเป็นพลังสำคัญในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืนได้
แสดงความคิดเห็น (0)
ใหม่กว่า เก่ากว่า
www.taekpradennews.com