กลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูข้าวพื้นเมืองหอมดอกฮัง” ในตำบลอุ่นจาน อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มชาวบ้านที่อนุรักษ์ข้าวพันธุ์เมืองมากที่สุดในประเทศไทยที่มีมากกว่า 300 สายพันธุ์ ”กลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูข้าวพื้นเมืองหอมดอกฮัง” หนึ่งในเครือข่ายกลุ่มอาชีพที่ได้รับการสนับสนุนจากสหกรณ์เครดิตยูเนียนเลิงฮังสามัคคี จำกัด สถาบันการเงินชุมชนภาคประชาชนต้นแบบที่เข้มแข็ง เป็นการรวมตัวของเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ บริเวณรอบเทือกเขาภูพาน เพื่อฟื้นฟูการปลูกข้าวพื้นเมืองและสร้างมูลค่าให้กับข้าวหอมดอกฮังและข้าวพื้นเมืองชนิดต่าง ๆ ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์หายากและเป็นมรดกทางวัฒนธรรมทางการเกษตรของชุมชนคนท้องถิ่นแถบนี้
นายนฤทธิ์ ไชยรักษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์และฟื้นฟูพันธุ์ข้าวพื้นเมืองหอมเลิงฮัง เปิดเผยว่ากลุ่มดังกล่าวได้ตั้งขึ้นมาเมื่อ 13 ปีที่แล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต่อยอทรัพยากรธรรมชาติที่ยังพอมีเหลือในชุมชน มาพัฒนาอาชีพและสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในท้องถิ่นตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ภายใต้สโลแกน “มีข้าว มีป่า มีวิถีวัฒนธรรม” ซึ่งข้าวพื้นเมืองหอมดอกฮังก็เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาที่โอบล้อมไปด้วยป่าเต็งรัง
“พื้นที่ของเราจะแตกต่างจากที่อื่นคือ เราทำนาบนนิเวศน์ที่เป็นป่าโคก มีป่าล้อมนา ลักษณะเด่นของนามีอยู่ 3 แบบคือนาลุ่มหนอง นาบ๊ะและนาฮ่อมห้วย อย่างนาลุ่มหนอง จะมีหนองน้ำล้อมรอบพื้นที่นา ส่วนนาบ๊ะ มันยังไม่เป็นหนอง แต่เป็นพื้นที่ชุ่มชื้น ภาคกลางเรียกโป่ง ส่วนนาฮ่อมห้วย เป็นนาที่ป่าล้อมรอบลำรางธรรมชาติหรือห้วย ที่นาทั้ง 3 แบบจะเป็นแปลงนาอินทรีย์แบบประณีตของชาวบ้าน เหมาะกับพันธุกรรมข้าวที่หลากหลาย”ประธานกลุ่มอนุรักษ์และพื้นฟูพันธุ์ข้าวพื้นเมืองหอมเลิงฮัง อธิบายลักษณะพื้นที่แปลงนาอินทรีย์ในชุมชน
นายนฤทธิ์ ยอมรับว่าการทำนาอินทรีย์แบบประณีตในลักษณะป่าล้อมนาของชุมชนมีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ โดยคนรุ่นหลังสืบทอดต่อเพื่อต้องการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวพื้นเมืองและฟื้นฟูวิถีการทำนาแบบดั้งเดิมที่กำลัง เลือนหายไป จึงนำแนวคิดในการส่งเสริมให้สมาชิกปลูกและอนุรักษ์ฟื้นฟูพันธุ์ข้าวพื้นเมือง โดยส่งเสริมการทำนาแบบประณีตและเกษตรอินทรีย์ และร่วมกันพัฒนาพันธุ์ข้าวพื้นเมืองมากกว่า 300 สายพันธุ์ และในจำนวนนี้มีตระกูลข้าวหอมจำนวน 40 สายพันธุ์ ทั้งนี้ ในแต่ละสายพันธุ์ มีความโดดเด่นทางด้านคุณสมบัติที่มีประโยชน์ต่อการบริโภค อาทิ ข้าวโสมมาลี ข้าวหอมใบเตย ข้าวหอมนิล ข้าวภูเขียว ข้าวปล้องแอ้ว ข้าวเหนียวแดง ข้าวมะลิแดง ข้าวก่ำน้อย ซึ่งช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตให้กับสมาชิก ลดการใช้เมล็ดพันธุ์จาก 20 กก./ไร่ เหลือเพียง 2 กก./ไร่ โดยผลผลิตที่ได้ก็จะนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ นอกจากสีเป็นข้าวสารบรรจุถุงจำหน่ายแล้ว ยังแปรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อีกหลากหลายอย่าง อาทิ สบู่ข้าว แชมพู ครีมถนอมผิว โดยจำหน่ายภายใต้แบรนด์ “หอมดอกฮัง” โดยสหกรณ์ฯ ให้การสนับสนุนสมาชิกอย่างครบวงจร ทั้งการให้ความรู้ด้านวิชาการ บริการสินเชื่อ การตลาด และประสานความร่วมมือกับหน่วยงานบูรณาการในพื้นที่ โดยสหกรณ์ช่วยกระจายสินค้าผ่านช่องทาง ออนไลน์และเครือข่ายสหกรณ์ ทั่วประเทศ
“เป้าหมายของกลุ่มอยากให้สมาชิกทุกคนมีโรงงานอยู่ท้ายบ้านของตัวเอง ผลิตแล้วแปรรูปเองในครัวเรือน สมัยก่อนขายข้าวเปลือกอย่างเดียว ยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้ ก็เลยหยุดขายข้าวเปลือกหันมาแปรรูปแทน ข้าวที่นี่จะไม่ขายเป็นข้าวเปลือก แต่จะนำมาแปรรูปทั้งหมด มีทั้งข้าวหอมบรรจุถุง ข้าวฮ้าง ราคากิโลกรัมละ 100-120 บาท สบู่ก้อนละ 60 บาท นอกจากนี้ยังแชมพู ครีมทาผิว เครื่องสำอางต่าง ๆ ส่วนการทำนาก็ทำแบบประณีตเหมือนเดิม พันธุ์ข้าวชาวบ้านจะเก็บพันธุ์ไว้เองเมื่อถึงฤดูปลูกก็จะนำออกมาปลูก ที่นี่ทำนาปีละครั้งอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก เราเป็นธนาคารพันธุกรรมข้าวของชุมชน ข้าวเรารักษาพันธุ์บริสุทธิ์ไว้ นำไปปลูกที่อื่นอาจนุ่นหอมอร่อยไม่เท่าที่นี่ เพราะสภาพนิเวศน์ต่างกัน” นายนฤทธิ์ กล่าว
ส่วนในเรื่องการตลาด นายนฤทธิ์ย้ำว่ามีทั้งจำหน่ายช่องทางออนไลน์และส่งให้ร้านอาหารในกรุงเทพ รวมทั้งยังมีบริษัทเอกชนรับซื้อไปจำหน่ายเอง โดยใช้แบรนด์ของตัวเอง แต่ให้เครดิตว่ามาจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์และฟื้นฟูพันธุ์ข้าวพื้นเมืองหอมดอกฮัง จ.สกลนคร นอจากนี้ยังทางกลุ่มยังรับคณะผู้ศึกษาดูงานที่สนใจมาเรียนรู้ทั้งทฤษฎีและภาคปฏิบัติตามสถานีต่าง ๆ เช่น กลุ่มทำนา กลุ่มผลิตสบู่ กลุ่มทำเหล้าสาโท และอื่น ๆ โดยคิดค่าใช้จ่ายคนละ 800-2,000 บาทต่อคน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความสนใจของแต่ละคนแต่ละกลุ่ม พร้อมจำหน่ายผลิตภัณฑ์แก่คนเหล่านี้ด้วย
ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์และพื้นฟูพันธุ์ข้าวพื้นเมืองหอมเลิงฮัง ยังกล่าวถึงแหล่งทุนของสมาชิกว่า จะใช้บริการกู้ยืมจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนเลิงฮังสามัคคี จำกัดเป็นหลัก เนื่องจากสมาชิกกลุ่มฯก็เป็นสมาชิกสหกรณ์ด้วย ทำให้การทำงานเรามีการเชื่อมโยงกันตลอดเวลา โดยสหกรณ์จะทำหน้าที่แหล่งเงินกู้ของสมาชิก และส่งเสริมสนับสนุนเชิญวิทยากรจากที่ต่าง ๆ มาให้องค์ความรู้เรื่องต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสถานการศึกษาต่างๆ ตลอดจนการหาตลาดจำหน่ายผลผลิต ในขณะที่กลุ่มจะทำหน้าที่ดูแลสมาชิกในการขับเคลื่อนงาน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาด
ด้าน นางสาววัชรี ปุกหุต สหกรณ์จังหวัดสกลนคร กล่าวว่า สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสกลนครได้เข้ามาดูแลสมาชิกสหกรณ์ฯ โดยการจัดฝึกอบรมส่งเสริมการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวอัตลักษณ์พื้นถิ่นและกำหนดแนวทางการขยายเครือข่าย ตลอดจนพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าเพิ่ม รวมถึงจัดอบรมส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิต การประชาสัมพันธ์ การตลาดออนไลน์ การท่องเที่ยวเชิงอัตลักษณ์ร่วมกับชุมชน โดยมีการประชุมร่วมกับกรรมการและสมาชิกในทุกเดือน
“แผนการดำเนินงานในอนาคตจะต่อยอดการพัฒนาและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าวพื้นเมืองให้มีความหลากหลายมากขึ้น ส่งเสริมผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เอง ส่งเสริมป่าเศรษฐกิจครอบครัว จัดสวัสดิการแก่สมาชิก แล้วก็ขยายฐานสมาชิกไปยังกลุ่มคนรุน่ใหม่มากขึ้น” สหกรณ์จังหวัดสกลนคร กล่าวย้ำ
กลุ่มวิสาหกิจชุมชนอนุรักษ์และพื้นฟูพันธุ์ข้าวพื้นเมืองหอมดอกฮัง บ้านอุ่มจาน อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร นับเป็นชุมชนต้นแบบการอนุรักษ์ข้าวพันธุ์พื้นเมืองโดยแท้ เพื่อไม่ให้พันธุ์ข้าวดั้งเดิมกว่า 300 สายพันธุ์ที่เป็นมรดกตกทอดสูญหาย แล้วยังแปรรูปเพิ่มค่าให้กลายเป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง ช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารและรายได้ที่ยั่งยืนให้กับคนในชุมชนท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง สนใจผลิตภัณฑ์กลุ่มโทร.09-5168-27