วันนี้ (20 ม.ค. 69) นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านการเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีของบุตร – หลานสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนม โดยมี ศาสตราจารย์ สัตวแพทย์หญิง ดร.เกวลี ฉัตรดรงค์ คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รองศาสตราจารย์ ดร. ชัยยศ สัมฤทธิ์สกุล รองอธิการบดี มหาวิทยาลียแม่โจ้ รองศาสตราจารย์ น.สพ.ดร.อนุชัย ภิญโญภูมิมินทร รองอธิการบดีวิทยาเขตกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศาสตราจารย์ ดร.สุวัจน์ ธัญรส อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ผู้แทนมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้แทนมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมเป็นเกียรติ ณ ห้องประชุม ชั้น 3 อาคารฝึกอบรมส่วนกลาง สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ ถนนพิชัย เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
นายนิรันดร์ เปิดเผยว่า “พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในวันนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการ บูรณาการความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ สถาบันการศึกษา และขบวนการสหกรณ์ ในการร่วมกันสร้างโอกาสทางการศึกษา สร้างอนาคตที่มั่นคงให้แก่เยาวชน และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมอย่างยั่งยืน เพื่อสนองแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งได้มีพระราชดำรัสตอนหนึ่ง เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมของสหกรณ์โคนมปากช่อง จำกัด เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2557 ว่า “ต้องปลูกฝังลูกหลานสมาชิกให้รักอาชีพการเลี้ยงโคนม มีผู้สืบทอดอาชีพการเลี้ยงโคนม และมีการอบรมส่งเสริมให้ความรู้ในการเลี้ยงโคนม” และเป็นการสืบสานอาชีพการเลี้ยงโคนม ซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ให้คงอยู่ต่อไป
ทั้งนี้ กรมฯ ได้จัดสรรดอกผลจากเงินจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาตลอดหลักสูตร จำนวน 141 ทุน แบ่งเป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 30 ทุน มหาวิทยาลัยขอนแก่น 3 ทุน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 24 ทุนมหาวิทยาลัยแม่โจ้ 45 ทุน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน 21 ทุน และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช (ทุ่งใหญ่) 18 ทุน ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมส่งเสริมสหกรณ์มีนโยบายสำคัญในการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ขบวนการสหกรณ์อย่างยั่งยืน โดยมุ่งพัฒนาสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรให้มีความมั่นคงควบคู่กับการยกระดับอาชีพและคุณภาพชีวิตของสมาชิกสหกรณ์และครอบครัว โดยเฉพาะการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่บุตร - หลานสมาชิกสหกรณ์ ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการสืบทอดอาชีพภาคการเกษตรในอนาคต”
ปัจจุบัน สมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย ขณะที่สหกรณ์ยังขาดแคลนบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ด้านวิชาการ เทคโนโลยี และนวัตกรรม กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงตระหนักถึงความจำเป็นในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่บุตร–หลานสมาชิกสหกรณ์ เพื่อให้สามารถสืบทอดอาชีพการเลี้ยงโคนมจากรุ่นสู่รุ่น โดยมุ่งหวังให้ผู้ได้รับทุนสามารถนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีสมัยใหม่กลับมาพัฒนาฟาร์มโคนมของครอบครัวและชุมชนของตนเอง รวมทั้งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาสหกรณ์อย่างยั่งยืน ซึ่งที่ผ่านมากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ดำเนินโครงการความร่วมมือทางการศึกษาเพื่อสานต่ออาชีพพระราชทานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2560 – 2568 โดยใช้งบประมาณจากดอกผลของกองทุนพัฒนาสหกรณ์ จำนวน 8,739,860 บาท มีลูกหลานสมาชิกสหกรณ์ได้รับทุนการศึกษารวม 68 คน และมีผู้สำเร็จการศึกษาแล้ว 10 คน ซึ่งได้กลับมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์จำนวน 4 คน และทำงานบริษัทเอกชน พร้อมกับเป็นที่ปรึกษาให้แก่สหกรณ์เดือนละ 2 ครั้ง จำนวน 6 คน สะท้อนให้เห็นถึงผลสำเร็จที่เป็นรูปธรรมของโครงการอีกด้วย